หมวดหมู่ สาระน่ารู้ เมื่อ 8 ตุลาคม 2551
.
เริ่มวันนี้ล่า 5 แสนชื่อ! ‘ยุติความรุนแรง’ เพื่อเด็กหญิง-สตรีไทย
“สิ่งเล็ก ๆ ที่เราช่วยกันทำในวันนี้ จะช่วยชีวิตเด็กผู้หญิง และผู้หญิง ได้อีกเป็นจำนวนมาก เป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่ ที่เราทำได้ที่หน้าจอ เดี๋ยวนี้…” …นี่เป็นข้อความส่วนหนึ่งจากการรณรงค์ตามโครงการ “Say NO to Violence against Women” โดยกองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเฟม) ในประเทศไทย ซึ่งเป็นโครงการ “ต่อต้านความรุนแรงต่อเด็กผู้หญิง-ต่อผู้หญิง”
ทั้งนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงมีพระกรุณาธิคุณ ทรงตอบรับเป็น “ทูตสันถวไมตรี (Goodwill Ambassador)” ให้กับยูนิเฟม ในโครงการดังกล่าวนี้ โดย ดร.จีน เดอคูน่า ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ ยูนิเฟม ระบุว่า… “ยูนิเฟมรู้สึกสำนึกในพระกรุณาธิคุณ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ยังได้ทรงลงพระนามในโปสต์การ์ด เพื่อทรงเป็น 1 เสียงที่ร่วมต่อต้านความรุนแรงต่อเด็กผู้หญิง ต่อผู้หญิง ทรงเห็นความสำคัญถึงปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงในประเทศไทยและทั่วโลก ที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน”
พระองค์ทรงริเริ่ม “โครงการกำลังใจ” ขึ้นมา และประทานความช่วยเหลือแก่กลุ่มผู้ต้องขังสตรีและเด็กติดผู้ต้องขัง ตามทัณฑสถานต่าง ๆ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เปราะบางและมีความต้องการพิเศษ นอกจากนี้ ยังประทานความช่วยเหลือเพื่อให้ผู้ต้องขังกลับตัวเป็นพลเมืองดี ภายหลังจากพ้นโทษแล้ว นอกจากนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ยังได้ประทานโปสต์การ์ดให้กับตัวแทนจากกระทรวงต่าง ๆ รวมถึงองค์กรภาครัฐและเอกชน รวมถึงมูลนิธิเพื่อผู้หญิง ในการร่วมลงชื่อในโปสต์การ์ด “ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง”
ความรุนแรงต่อเด็กผู้หญิง-ต่อผู้หญิง…เป็นอีกปัญหาสำคัญ
ในประเทศไทย…ปัญหานี้มีแนวโน้มเพิ่มระดับมากขึ้นเรื่อย ๆ
จากรายงานสถานการณ์สตรีไทยประจำปี 2551 โดยสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กับข้อมูลสถิติเด็กและสตรีที่ประสบความรุนแรง ในส่วนของเด็กและสตรีที่ประสบความรุนแรงในครอบครัว ในปี 2549 สตรี เด็กผู้หญิง และรวมถึงเด็กผู้ชาย ที่ประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัวมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เห็นได้จาก จำนวนผู้รับบริการศูนย์พึ่งได้ (OSCC) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือแก่เด็กและสตรีที่ถูกกระทำรุนแรง มีจำนวนสูงขึ้นกว่าเท่าตัว !! จากปี 2547 ที่มีผู้ถูกกระทำรุนแรงเฉลี่ยวันละ 19 ราย เพิ่มเป็นเฉลี่ยวันละ 39 ราย ในปี 2549
นอกจากนี้ ยังพบว่าเด็กและสตรีที่ถูกกระทำทารุณและเข้ารับการช่วยเหลือจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยปี 2547 มี 469 ราย ในปี 2549 เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเป็น 837 ราย โดยผู้ถูกกระทำส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากการ “ถูกทารุณทางเพศ” และจากการสำรวจอนามัยการเจริญพันธุ์ปี 2549 ก็พบว่า มีจำนวนสตรีสมรสอายุ 15-49 ปี เคย “ถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจ” ในรอบปีที่ผ่านมา จำนวนมากถึง 1,044,942 คน ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ชี้ถึงสถานการณ์ปัญหาได้เป็นอย่างดี
และชัดเจนขึ้นอีกจากคดี “ข่มขืนกระทำชำเรา” โดยข้อมูลจากสำนักงานศาลยุติธรรมที่รวบรวมคดีจากศาลจังหวัดในความผิดเกี่ยวกับ การข่มขืนกระทำชำเรา มาตราที่ 276, 277-ทวิ, 277 ตรี, 278 และมาตราที่ 285 คดีความผิดเกี่ยวกับ การข่มขืนกระทำชำเรา ที่พิจารณาเสร็จสิ้นของศาลชั้นต้น และศาลเยาวชนและครอบครัว ทั่วราชอาณาจักร มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง !! โดยในปี 2549 มีคดีเพิ่มขึ้นจากปี 2545 เกือบเท่าตัว จาก 4,896 คดี เป็น 9,653 คดี ขณะที่จำนวนเด็กและสตรีที่ขอรับความช่วยเหลือในสถานสงเคราะห์ของ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เพิ่มขึ้นจาก 15,750 คน ในปี 2547 เป็น 18,617 คน ในปี 2549
“โครงการเกี่ยวกับการยุติความรุนแรงต่อสตรีในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์คือป้องกันด้วยการแก้ไขทัศนคติหรืออคติทางสังคม อันเป็นบ่อเกิดของความต้องการผู้หญิงเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ และบ่อเกิดของความรุนแรงต่อสตรี กลุ่มเป้าหมายคือวัยรุ่น ผู้ชาย สื่อมวลชน ชุมชน และองค์กรพัฒนาเอกชนต่าง ๆ รณรงค์บนหลักการเปลี่ยนแปลงหรือป้องกันด้วยการสร้างค่านิยมใหม่ และทัศนคติที่เคารพสิทธิของผู้หญิง” …ดร.จีนระบุ
พร้อมทั้งยังระบุด้วยว่า… ไทยจัดว่าเป็นประเทศที่ตื่นตัวและพร้อมที่จะแก้ปัญหานี้ ดังนั้น ยูนิเฟมจึงต้องการ “รวบรวมรายชื่อคนไทยให้ครบ 5 แสนชื่อ” เพื่อส่งมอบต่อเลขาธิการสหประชาชาติ ในวันที่ 25 พ.ย. 2551 ซึ่งเป็นวันสากลแห่งการยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง ซึ่ง “จะทำให้ไทยเป็นประเทศแรกในโลกที่ให้การสนับสนุนและตระหนักถึงการแก้ปัญหาสิทธิสตรีมากที่สุด” และจะเป็นการสร้างแรงกระตุ้นต่อประเทศอื่น ๆ ด้วย “จึงขอเชิญชวนประชาชนคนไทยร่วมลงชื่อเพื่อยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงได้ที่เว็บไซต์ www.novaw.or.th/sign ” …ผอ.สำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ ยูนิเฟม กล่าว ทั้งนี้ เว็บไซต์นี้จะพร้อมให้ลงชื่อได้ในวันสองวันนี้ และ 23-26 ต.ค. ที่เซ็นทรัลเวิลด์ก็จะมีบูธให้คนไทยลงชื่อด้วย
สิทธิสตรีไทย…โดยเฉพาะที่ยังเป็นเด็ก…ต้องการการปกป้อง
ลงชื่อที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ผ่านทางอินเทอร์เน็ต…ก็ช่วยได้
และนอกจากนี้ก็จะมีอีกหลายที่-หลายจุด…ที่เปิดให้ลงชื่อ
คนไทยทุกทิศทั่วประเทศอย่ารอช้า…ช่วยกันหน่อย !!!!!.
ที่มา: Daily News Online www.dailynews.co.th
หมวดหมู่ English เมื่อ 8 ตุลาคม 2551
There are countless ways in which you can help abused women and children to safer lives.
“Violence against women is a public health problem. However, it can be prevented.” (WHO)
Watch these small video clips and “SAY NO” to Violence Against Women.
Stop the Violence
Violence Against_Women
หมวดหมู่ สาระน่ารู้ เมื่อ 7 ตุลาคม 2551
เราตามมาดูกันดีกว่า ว่าอะไรคือความรุนแรงในครอบครัว สาเหตุและผลกระทบ เและหน่วยงานใดที่สตรีสามารถขอความช่วยเหลือ
family_danger3
หมวดหมู่ English เมื่อ 5 ตุลาคม 2551

HRH Princess Bajrakitiyabha of Thailand Agrees to be UNIFEM Goodwill Ambassador and Says NO to Violence against Women
Her Royal Highness Princess Bajrakitiyabha Mahidol of Thailand signed on to UNIFEM’s Say NO to Violence against Women campaign at an official ceremony on 5 September to mark her designation as UNIFEM Goodwill Ambassador in Thailand.
Daughter of Thailand’s Crown Prince Maha Vajiralongkorn, Princess Bajrakitiyabha completed her Ph.D. in law from Cornell University, and currently works as Assistant Public Prosecutor, Ministry of Justice, in a province outside Bangkok.
หมวดหมู่ ช่วยกันเผยแพร่ เมื่อ 5 ตุลาคม 2551
ขอความร่วมมือ เจ้าของเว็บไซต์/blog หรือ ผู้ดูแลเว็บไซต์ (Webmaster) หรือ ทีมงานผู้พัฒนาเว็บไซต์/blog ต่างๆ ได้โปรดนำ แบนเนอร์ ของโครงการ NOVAW ในรูปแบบ และขนาดต่างๆ ตามที่ท่านเห็นสมควร www.novaw.or.th/banner นำไปติดในเว็บไซต์/blog ของท่าน แล้ว link กลับไปที่ www.novaw.or.th/sign
เพื่อช่วยกันเผยแพร่ให้คนไทย ในวงกว้าง ได้มีโอกาสเข้ามา ร่วมลงนาม เพื่อเป็น 1 เสียง รวมพลังที่จะร่วมกันต่อต้าน การใช้ความรุนแรง และล่วงละเมิด ต่อเด็กและผู้หญิง อันเป็นการแสดงจุดยืนของคนไทย ให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาคมโลก และเป็นที่ยอมรับของ สหประชาชาติ ให้ประเทศไทย อยู่ในชั้นแนวหน้า ของประเทศในภูมิภาคนี้ที่ให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าว


250×250

468×60






468×80






728×90
หมวดหมู่ สาระน่ารู้ เมื่อ 4 ตุลาคม 2551







เมื่อวันศุกร์ที่ ๕ กันยายน ๒๕๕๑ เวลา ๑๕.๐๐ น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงรับเป็นองค์ “ทูตสันถวไมตรี” ให้กับ กองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติในการต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิง โดยมีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายวัลลภ พลอยทับทิม ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยหน่วยงานภาคี มูลนิธิ สมาคมที่เกี่ยวข้องกับการรณรงค์ยุติความรุนแรง เฝ้าฯ รับเสด็จฯ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ ถนนรัชดาภิเษกตัดใหม่ เขตคลองเตย กรุงเทพฯ
กองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Fund for Woman) ดำเนินโครงการ “Say NO To Violence Against Women” เพื่อเชิญชวนคนไทยลงชื่อสนับสนุนยุติความรุนแรงและล่วงละเมิดลงบนแผ่นโปสการ์ด โดยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาทรงลงพระนามในโปสการ์ด เพื่อเป็น ๑ เสียงที่ร่วมต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิง และทรงประทานโปสการ์ดให้กับตัวแทนจากส่วนราชการ รวมถึงองค์กรภาครัฐและเอกชน มูลนิธิต่างๆ เพื่อรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง ซึ่งทุกท่านร่วมลงทะเบียนรายชื่อผ่านเว็บไซต์ www.novaw.or.th หรือ www.saynotoviolence.org
ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรม ได้รับการประสานงานจากองค์กร “UNIFEM” หรือ กองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ เพื่อประสานความร่วมมือไปยังส่วนราชการ และมูลนิธิต่างๆ ร่วมกันรณรงค์การต่อต้านความรุนแรงในสตรี โดยมีหน่วยงานภาครัฐ และมูลนิธิ เข้าร่วมนำผลการดำเนินงานอันเกี่ยวข้องกับการต่อต้านความรุนแรง เพื่อเป็นการรวมพลังการต่อต้านความรุนแรงต่อสตรีของประเทศไทยให้ทั่วโลกได้ประจักษ์ โดยมีหน่วยงานต่างๆ ประกอบด้วย กระทรวงยุติธรรม โดยสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมคุมประพฤติ และศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และศูนย์ประชาบดี กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมสนับสนุนและบริการสุขภาพ กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี มูลนิธิผู้หญิง มูลนิธิดวงประทีป สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย คณะภคนีศรีชุมพาบาล (บ้านสุขฤทัย) โรงพยาบาลปทุมธานี และสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
“ในวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ซึ่งเป็น “วันสากลเพื่อยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง” จะนำรายชื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เพื่อทรงมอบรายชื่อให้กับ นาย บัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ ” ปลัด ยธ. กล่าว
ดร.จีน เดอคูน่า ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ กองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า จากผลการดำเนินงาน โครงการกำลังใจ ในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระองค์ทรงประทานความช่วยเหลือแก่กลุ่มผู้ต้องขังสตรีและเด็กติดผู้ต้องขัง และทรงประทานความช่วยเหลือให้ผู้ต้องขังได้มีโอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี ซึ่งหน่วยงาน UNIFEM รู้สึกสำนึกในพระกรุณาธิคุณ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ในพระกรณียกิจที่ทรงช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสกลุ่มหนึ่งในสังคมไทย โดยหน่วยงาน UNIFEM ขอพระราชทานกราบทูลเชิญพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเป็นองค์ “ทูตสันถวไมตรี” (Goodwill Ambassador) ในการต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิง