บทความของหมวดหมู่ ‘สาระน่ารู้’

เริ่มวันนี้ล่า 5 แสนชื่อ! ‘ยุติความรุนแรง’ เพื่อเด็กหญิง-สตรีไทย

.

 

เริ่มวันนี้ล่า 5 แสนชื่อ! ‘ยุติความรุนแรง’ เพื่อเด็กหญิง-สตรีไทย

 

“สิ่งเล็ก ๆ ที่เราช่วยกันทำในวันนี้ จะช่วยชีวิตเด็กผู้หญิง และผู้หญิง ได้อีกเป็นจำนวนมาก เป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่ ที่เราทำได้ที่หน้าจอ เดี๋ยวนี้…” …นี่เป็นข้อความส่วนหนึ่งจากการรณรงค์ตามโครงการ “Say NO to Violence against Women” โดยกองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเฟม) ในประเทศไทย ซึ่งเป็นโครงการ “ต่อต้านความรุนแรงต่อเด็กผู้หญิง-ต่อผู้หญิง”
 
ทั้งนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงมีพระกรุณาธิคุณ ทรงตอบรับเป็น “ทูตสันถวไมตรี (Goodwill Ambassador)” ให้กับยูนิเฟม ในโครงการดังกล่าวนี้ โดย ดร.จีน เดอคูน่า ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ ยูนิเฟม ระบุว่า… “ยูนิเฟมรู้สึกสำนึกในพระกรุณาธิคุณ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ยังได้ทรงลงพระนามในโปสต์การ์ด เพื่อทรงเป็น 1 เสียงที่ร่วมต่อต้านความรุนแรงต่อเด็กผู้หญิง ต่อผู้หญิง ทรงเห็นความสำคัญถึงปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงในประเทศไทยและทั่วโลก ที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน”
 
พระองค์ทรงริเริ่ม “โครงการกำลังใจ” ขึ้นมา และประทานความช่วยเหลือแก่กลุ่มผู้ต้องขังสตรีและเด็กติดผู้ต้องขัง ตามทัณฑสถานต่าง ๆ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เปราะบางและมีความต้องการพิเศษ นอกจากนี้ ยังประทานความช่วยเหลือเพื่อให้ผู้ต้องขังกลับตัวเป็นพลเมืองดี ภายหลังจากพ้นโทษแล้ว นอกจากนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ยังได้ประทานโปสต์การ์ดให้กับตัวแทนจากกระทรวงต่าง ๆ รวมถึงองค์กรภาครัฐและเอกชน รวมถึงมูลนิธิเพื่อผู้หญิง ในการร่วมลงชื่อในโปสต์การ์ด “ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง”
 
ความรุนแรงต่อเด็กผู้หญิง-ต่อผู้หญิง…เป็นอีกปัญหาสำคัญ
 
ในประเทศไทย…ปัญหานี้มีแนวโน้มเพิ่มระดับมากขึ้นเรื่อย ๆ
 
จากรายงานสถานการณ์สตรีไทยประจำปี 2551 โดยสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กับข้อมูลสถิติเด็กและสตรีที่ประสบความรุนแรง ในส่วนของเด็กและสตรีที่ประสบความรุนแรงในครอบครัว ในปี 2549 สตรี เด็กผู้หญิง และรวมถึงเด็กผู้ชาย ที่ประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัวมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เห็นได้จาก จำนวนผู้รับบริการศูนย์พึ่งได้ (OSCC) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือแก่เด็กและสตรีที่ถูกกระทำรุนแรง มีจำนวนสูงขึ้นกว่าเท่าตัว !! จากปี 2547 ที่มีผู้ถูกกระทำรุนแรงเฉลี่ยวันละ 19 ราย เพิ่มเป็นเฉลี่ยวันละ 39 ราย ในปี 2549
 
นอกจากนี้ ยังพบว่าเด็กและสตรีที่ถูกกระทำทารุณและเข้ารับการช่วยเหลือจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยปี 2547 มี 469 ราย ในปี 2549 เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเป็น 837 ราย โดยผู้ถูกกระทำส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากการ “ถูกทารุณทางเพศ” และจากการสำรวจอนามัยการเจริญพันธุ์ปี 2549 ก็พบว่า มีจำนวนสตรีสมรสอายุ 15-49 ปี เคย “ถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจ” ในรอบปีที่ผ่านมา จำนวนมากถึง 1,044,942 คน ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ชี้ถึงสถานการณ์ปัญหาได้เป็นอย่างดี
 
และชัดเจนขึ้นอีกจากคดี “ข่มขืนกระทำชำเรา” โดยข้อมูลจากสำนักงานศาลยุติธรรมที่รวบรวมคดีจากศาลจังหวัดในความผิดเกี่ยวกับ การข่มขืนกระทำชำเรา มาตราที่ 276, 277-ทวิ, 277 ตรี, 278 และมาตราที่ 285 คดีความผิดเกี่ยวกับ การข่มขืนกระทำชำเรา ที่พิจารณาเสร็จสิ้นของศาลชั้นต้น และศาลเยาวชนและครอบครัว ทั่วราชอาณาจักร มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง !! โดยในปี 2549 มีคดีเพิ่มขึ้นจากปี 2545 เกือบเท่าตัว จาก 4,896 คดี เป็น 9,653 คดี ขณะที่จำนวนเด็กและสตรีที่ขอรับความช่วยเหลือในสถานสงเคราะห์ของ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เพิ่มขึ้นจาก 15,750 คน ในปี 2547 เป็น 18,617 คน ในปี 2549
 
“โครงการเกี่ยวกับการยุติความรุนแรงต่อสตรีในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์คือป้องกันด้วยการแก้ไขทัศนคติหรืออคติทางสังคม อันเป็นบ่อเกิดของความต้องการผู้หญิงเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ และบ่อเกิดของความรุนแรงต่อสตรี กลุ่มเป้าหมายคือวัยรุ่น ผู้ชาย สื่อมวลชน ชุมชน และองค์กรพัฒนาเอกชนต่าง ๆ รณรงค์บนหลักการเปลี่ยนแปลงหรือป้องกันด้วยการสร้างค่านิยมใหม่ และทัศนคติที่เคารพสิทธิของผู้หญิง” …ดร.จีนระบุ
 
พร้อมทั้งยังระบุด้วยว่า… ไทยจัดว่าเป็นประเทศที่ตื่นตัวและพร้อมที่จะแก้ปัญหานี้ ดังนั้น ยูนิเฟมจึงต้องการ “รวบรวมรายชื่อคนไทยให้ครบ 5 แสนชื่อ” เพื่อส่งมอบต่อเลขาธิการสหประชาชาติ ในวันที่ 25 พ.ย. 2551 ซึ่งเป็นวันสากลแห่งการยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง ซึ่ง “จะทำให้ไทยเป็นประเทศแรกในโลกที่ให้การสนับสนุนและตระหนักถึงการแก้ปัญหาสิทธิสตรีมากที่สุด” และจะเป็นการสร้างแรงกระตุ้นต่อประเทศอื่น ๆ ด้วย “จึงขอเชิญชวนประชาชนคนไทยร่วมลงชื่อเพื่อยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงได้ที่เว็บไซต์ www.novaw.or.th/sign 
 ” …ผอ.สำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ ยูนิเฟม กล่าว ทั้งนี้ เว็บไซต์นี้จะพร้อมให้ลงชื่อได้ในวันสองวันนี้ และ 23-26 ต.ค. ที่เซ็นทรัลเวิลด์ก็จะมีบูธให้คนไทยลงชื่อด้วย
 
สิทธิสตรีไทย…โดยเฉพาะที่ยังเป็นเด็ก…ต้องการการปกป้อง
 
ลงชื่อที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ผ่านทางอินเทอร์เน็ต…ก็ช่วยได้
 
และนอกจากนี้ก็จะมีอีกหลายที่-หลายจุด…ที่เปิดให้ลงชื่อ
 
คนไทยทุกทิศทั่วประเทศอย่ารอช้า…ช่วยกันหน่อย !!!!!.
 

ที่มา:    Daily News Online    www.dailynews.co.th

 

 

 

ความรุนแรงในครอบครัว คุณคิดว่าถูกหรืิิอผิดคะ ?

เราตามมาดูกันดีกว่า ว่าอะไรคือความรุนแรงในครอบครัว สาเหตุและผลกระทบ เและหน่วยงานใดที่สตรีสามารถขอความช่วยเหลือ

family_danger3

 

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงรับเป็น “ทูตสันถวไมตรี”

เมื่อวันศุกร์ที่ ๕ กันยายน ๒๕๕๑ เวลา ๑๕.๐๐ น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงรับเป็นองค์ “ทูตสันถวไมตรี” ให้กับ กองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติในการต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิง โดยมีนายสมพงษ์  อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายอนุสรณ์  วงศ์วรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายวัลลภ พลอยทับทิม ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยหน่วยงานภาคี มูลนิธิ สมาคมที่เกี่ยวข้องกับการรณรงค์ยุติความรุนแรง เฝ้าฯ รับเสด็จฯ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ ถนนรัชดาภิเษกตัดใหม่  เขตคลองเตย กรุงเทพฯ

กองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Fund for Woman) ดำเนินโครงการ “Say NO To Violence Against Women”  เพื่อเชิญชวนคนไทยลงชื่อสนับสนุนยุติความรุนแรงและล่วงละเมิดลงบนแผ่นโปสการ์ด โดยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาทรงลงพระนามในโปสการ์ด เพื่อเป็น ๑ เสียงที่ร่วมต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิง และทรงประทานโปสการ์ดให้กับตัวแทนจากส่วนราชการ รวมถึงองค์กรภาครัฐและเอกชน มูลนิธิต่างๆ เพื่อรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง ซึ่งทุกท่านร่วมลงทะเบียนรายชื่อผ่านเว็บไซต์ www.novaw.or.th หรือ www.saynotoviolence.org

ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า  กระทรวงยุติธรรม ได้รับการประสานงานจากองค์กร “UNIFEM”  หรือ กองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ เพื่อประสานความร่วมมือไปยังส่วนราชการ และมูลนิธิต่างๆ ร่วมกันรณรงค์การต่อต้านความรุนแรงในสตรี โดยมีหน่วยงานภาครัฐ และมูลนิธิ เข้าร่วมนำผลการดำเนินงานอันเกี่ยวข้องกับการต่อต้านความรุนแรง เพื่อเป็นการรวมพลังการต่อต้านความรุนแรงต่อสตรีของประเทศไทยให้ทั่วโลกได้ประจักษ์ โดยมีหน่วยงานต่างๆ ประกอบด้วย กระทรวงยุติธรรม โดยสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมคุมประพฤติ และศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และศูนย์ประชาบดี กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมสนับสนุนและบริการสุขภาพ  กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี มูลนิธิผู้หญิง มูลนิธิดวงประทีป  สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย คณะภคนีศรีชุมพาบาล (บ้านสุขฤทัย) โรงพยาบาลปทุมธานี และสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

“ในวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ซึ่งเป็น “วันสากลเพื่อยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง” จะนำรายชื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เพื่อทรงมอบรายชื่อให้กับ นาย บัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ ” ปลัด ยธ. กล่าว

ดร.จีน เดอคูน่า ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้  กองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า จากผลการดำเนินงาน โครงการกำลังใจ ในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระองค์ทรงประทานความช่วยเหลือแก่กลุ่มผู้ต้องขังสตรีและเด็กติดผู้ต้องขัง และทรงประทานความช่วยเหลือให้ผู้ต้องขังได้มีโอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี  ซึ่งหน่วยงาน UNIFEM รู้สึกสำนึกในพระกรุณาธิคุณ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ในพระกรณียกิจที่ทรงช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสกลุ่มหนึ่งในสังคมไทย โดยหน่วยงาน UNIFEM ขอพระราชทานกราบทูลเชิญพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเป็นองค์ “ทูตสันถวไมตรี” (Goodwill Ambassador) ในการต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิง